<?xml version="1.0" encoding="windows-874"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>รายได้ แฟรนไชส์ อาชีพ ช่องทางรวย - รายได้ ดอทคอม</title>
<link>http://www.raidai.com</link>
<description>ลู่ทางใหม่ในการหารายได้ อาชีพ แฟรนไชส์ หาเงินออนไลน์</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>'เค้ก (ใน) โรงเรียน' สูตรอร่อยๆ เงินงามๆ</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1766</link>
<description>ในหลายโรงเรียนมีอาหารการกินอร่อย ๆ ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งอาหารที่ขายให้นักเรียนนั้นมิใช่ว่าจะอย่างไรก็ได้ ต้องทั้งสะอาด มีคุณภาพ มีความอร่อย ในราคาสมเหตุสมผล อย่าง &amp;ldquo;เค้ก (ใน) โรงเรียน&amp;rdquo; รายนี้ก็ใช่...&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ธมกร แสงโสมวงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือ คุณเอ๋ เป็นเจ้าของร้านขนมหวานในโรงอาหารของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (พญาไท) ซึ่งปีนี้ก็ขายมาเป็นปีที่ 12 แล้ว โดยขนมที่ขายในปัจจุบันก็รวมถึงขนมอบต่าง ๆ อาทิ เค้กชอกโกแลต แอปเปิลสตูเซลล์ เค้กกล้วยหอม เค้กฟักทอง ทอฟฟี่เค้ก ฯลฯ ที่ทำขายให้เด็กที่เบื่อขนมหวานอื่น ๆ&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ขนมจำพวกเค้กนี้ก็ได้รับความนิยมสูง เพราะขายไม่แพง และอร่อยเข้าขั้น ซึ่งคุณเอ๋ได้เผยเคล็ดลับ &amp;ldquo;เค้กชอกโกแลต&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แอปเปิลสตูเซลล์&amp;rdquo; กับทีม &amp;ldquo;ช่องทางทำกิน&amp;rdquo; ดังนี้...&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;&amp;ldquo;แอปเปิลสตูเซลล์&amp;rdquo; แยกการทำเป็นส่วนเนื้อ-ส่วนหน้า การทำส่วนเนื้อนั้น ตีเนยสด 300 กรัม (ผสมมาการีนนิดหน่อยเพื่อพยุงเนื้อผลไม้) กับน้ำตาล 200 กรัม ประมาณ 5-6 นาที&amp;nbsp; (ใช้เครื่องตีแป้ง ราคา 15,000-25,000 บาท)&amp;nbsp; จากนั้นเทไข่แดงอีก 3 ฟองลงไปตีผสมจนขึ้นฟู ลดความเร็วเครื่องตี ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ 300 กรัม, ผงฟู 1 ช้อนชา, นมเปรี้ยว (เป็นส่วนผสมระหว่างนมข้นจืด 100 กรัม&amp;nbsp; กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา), อบเชย 1/4 ช้อนชา, เกลือนิดหน่อย, เนื้อแอปเปิลขูดฝอย 200 กรัม&amp;nbsp; และลูกเกด (ต้มสุกสะเด็ดน้ำ และสับหยาบ) 200 กรัม ลงไปตีจนเข้ากัน จากนั้นเทส่วนเนื้อแป้งลงในถาดอลูมิเนียมขนาด10 x 10 นิ้ว และลึก&amp;nbsp; 1.5 นิ้ว พักไว้&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;สำหรับส่วนหน้า ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์&amp;nbsp; 80&amp;nbsp; กรัม กับน้ำตาลไอซ์ซิ่ง 30 กรัม, น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ, อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา และเนยสด 50 กรัม โดยการผสมนั้นอาจใช้วิธีปั่นหยาบด้วยเครื่องปั่น หรือใช้ส้อมสับให้ส่วนผสมเข้ากันจนละเอียดพอเป็นขนาดเม็ดทราย จากนั้นเทส่วนหน้าลงบนส่วนเนื้อที่เตรียมไว้ เกลี่ยให้สม่ำเสมอกัน นำเข้าเตาอบ (ราคาประมาณ 14,000 บาท) อบที่ความร้อน 350 องศาฯ นาน 45 นาที ก็ใช้ได้&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ตัดขนาดชิ้นละ 4x6 ซม. จะได้ 24&amp;nbsp; ชิ้น ขายชิ้นละ 10 บาท ต้นทุนต่อถาด 150 บาทขึ้นไปต่อไปเป็น &amp;ldquo;เค้กชอกโกแลต&amp;rdquo; ซึ่งสูตรที่ทำนั้น ในส่วนของเนื้อแป้ง ก็ร่อนแป้งสาลี (แป้งเค้ก) 160 กรัม กับโกโก้ผง 50 กรัม, โซดาผง (ไบคาร์บอเนต) 1 ช้อนชา, วานิลลาผง 1/4 ช้อนชา, เกลือ 1/2 ช้อนชา และเคล้ากับน้ำตาลทราย 200 กรัม เคล้าและคนให้เข้ากัน ตรงนี้คือส่วนที่ 1&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ส่วนที่ 2&amp;nbsp; ก็มีน้ำมันพืช 125 กรัม, น้ำ 100 กรัม, ไข่แดง 4 ฟอง, นมข้นจืด 50 กรัม, น้ำมะนาว 2 ช้อนชา โดยใช้ตะกร้อคนให้ส่วนที่&amp;nbsp; 2 และส่วนที่ 1 ที่นำมาผสมกัน ให้เข้ากัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ส่วนที่ 3&amp;nbsp; ตีไข่ขาว 4 ฟอง กับครีมออฟทาทา (ผงฟูสำหรับไข่ขาว) 1 ช้อนชา และน้ำตาลทราย 100 กรัม จนขึ้นฟูตั้งยอด จากนั้นใช้ตะกร้อคนส่วนที่ 3&amp;nbsp; ที่นำไปผสมกับส่วนที่ 2+1&amp;nbsp; ให้เข้ากัน ก็จะเป็นส่วนของเนื้อแป้งเค้กชอกโกแลต โดยแป้งส่วนเนื้อนี้นำไปเทใส่ถาดอลูมิเนียมขนาด 10 x 13 นิ้ว ลึก 1.5 นิ้ว แล้วนำไปอบที่ความร้อน 450 องศาฯ นาน 20 นาที&amp;nbsp; เมื่อเนื้อแป้งสุกแล้ว สไลด์เนื้อแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน เพื่อจะเทส่วนของหน้าชอกโกแลต โดยตั้งพักทิ้งไว้ให้เย็น&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;สำหรับส่วนหน้าของเค้กชอกโกแลต ร่อนผงโกโก้ 50 กรัม กับน้ำตาลทราย 200 กรัม ให้เข้ากัน และใส่ผงวุ้น 1 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน จากนั้นละลายด้วยการตั้งไฟให้เดือดด้วยการใส่นมข้นจืด 200 กรัม และน้ำ&amp;nbsp; 300 กรัม จากนั้นละลายนมข้นจืดอีก 500 กรัม กับแป้งข้าวโพด 40 กรัม เทลงไปผสมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;เมื่อเดือดอีกครั้งแล้ว ยกลง ใส่เนยสด 150 กรัม, ครีมข้น 100 กรัม และเหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ คนผสมให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปราดหน้าบนเนื้อเค้กที่เย็นแล้ว โดยเทที่ชั้นล่างก่อน และวางเนื้อเค้กอีกชั้นที่แบ่งไว้ทับลงไป แล้วก็ราดหน้าชอกโกแลตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งลักษณะจะออกมาเหมือนชิฟฟ่อนเค้กที่มี 2 ชั้น&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ตัดเค้กชอกโกแลตขนาด 4.6 ซม ซึ่งต่อถาดจะได้ 32 ชิ้น ขายชิ้นละ 10 บาท ต้นทุนถาดละประมาณ 200 บาท ถ้าเป็นการขายส่งยกถาดจะขายถาดละ 280 บาท&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;โทรศัพท์ติดต่อคือ 08-9456-6007 (ตามวันที่เด็กมีการเรียนหนังสือ) ขาย &amp;ldquo;เค้ก (ใน) โรงเรียน&amp;rdquo; นี่ก็ไม่ธรรมดา !!&amp;nbsp;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;คู่มือลงทุน...เค้กชอกโกแลต&lt;/strong&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ทุนอุปกรณ์ &amp;nbsp;30,000 บาทขึ้นไป&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ทุนวัตถุดิบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ 200 บาท/ถาด&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;รายได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;280-320 บาท/ถาด&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;แรงงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;1 คนขึ้นไป&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;ตลาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงอาหารโรงเรียน, ชุมชน&lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Tahoma&quot;&gt;จุดน่าสนใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;คนไทยนิยมทานกันมาก&lt;/font&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>เศรษฐีหอบ 2,000 ล้านลงทุนนอก</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1765</link>
<description>&lt;font color=&quot;#003366&quot;&gt;เศรษฐีเงินออม เดินหน้าหอบ 2,000 ล้านบาท ตั้งกองทุนส่วนบุคคลลุยไฟต่างประเทศ บลจ.เผยเหตุ ลูกค้าตื่นตัวกระจายความเสี่ยงหนีพิษเงินเฟ้อและเพื่อปรับตัวรับพ.ร.บ.ค้ำประกันเงินฝากที่มีผลบังคับใช้สิงหาคมนี้ แนะเทน้ำหนักลงทุนในตราสารหนี้ ส่วนหุ้นเสี่ยง เผยบรรดาเศรษฐีลงทุนต่างประเทศเพิ่มสัดส่วนเป็น 20-30% ดันสินทรัพย์ทั้งระบบพุ่งเฉียด 3 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ส่วนบอนด์เกาหลียังเป็นขวัญใจรายย่อย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
             &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ภายใต้สถานการณ์การลงทุนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบและแรงกดดันจากวิกฤติเงินเฟ้อ สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน สมาคมนักวิเคราะห์ปรับลดเป้าดัชนีลงแล้ว โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯเฉลี่ย ณ ปลายปี 2551 อยู่ที่ 927 จุด จากเดือนมกราคมที่ผ่านมาเคยคาดการณ์ไว้ที่ 958 จุด ในด้านของผู้ออมและผู้ลงทุนรายใหญ่นั้น ได้มีความเคลื่อนไหวการบริหารเงินออมเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล(ไพรเวทฟันด์)เพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***ครึ่งปีหลังแห่ลงทุน 2,000 ล้าน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ทั้งนี้นางพัชรินทร์ เตชะเคหะกิจ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ไทยพาณิชย์ คาดว่าครึ่งปีหลังนี้นักลงทุนรายใหญ่จะลงทุนต่างประเทศด้วยการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 1,800-2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าบลจ.ที่มีส่วนแบ่งตลาดกองทุนส่วนบุคคลสูงสุด 10 อันดับแรก(ดูตารางประกอบ) มีลูกค้าสนใจไปลงทุนต่างประเทศอย่างน้อยบริษัทละ 10 ราย โดยมีวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อราย (ประมาณ 15 ล้านบาทต่อราย) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
              &amp;quot;ส่วนของบลจ.ไทยพาณิชย์ฯ ขณะนี้มีลูกค้าแสดงความสนใจเกิน 10 รายแล้ว  ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้  &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***เตือนหลีกเลี่ยงหุ้นโลก  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นางพัชรินทร์ กล่าวว่า บริษัทไม่แนะนำให้ลูกค้าตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อลงทุนในหุ้นเพียว ๆเพราะตอนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความเสี่ยงทำให้อาจไม่คุ้มค่ากับการตั้งกองทุน แต่แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมทั่วไปที่ลงทุนต่างประเทศ( FIF ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกคาดว่าให้ผลตอบแทนที่ดีจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น อีกทั้งจากเงินบาทที่แข็งค่าถือเป็นการเพิ่มอำนาจซื้อหรือทำให้เงินลงทุนมีมูลค่ามากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้แนวโน้มเงินบาทจะอ่อนค่าลง แต่คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลของบลจ.ไทยพาณิชย์ฯ มีจำนวน 350 ราย โดยส่วนใหญ่หรือคิดเป็น 80% ของเงินลงทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ คิดเป็นวงเงินลงทุนต่อราย 30 ล้านบาท ส่วนอีก 20 % มีนโยบายลงทุนในหุ้น คิดเป็นวงเงินลงทุนต่อราย 10 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าทั้งปีจะมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารในส่วนกองทุนบุคคลและธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล 20,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ด้านนายประเวช องอาจสิทธิกุล รองเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)กล่าวช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า บลจ. ส่งรายชื่อลูกค้าบุคคลธรรมดาที่สนใจจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อนำเงินลงทุนต่างประเทศ 10-20 ราย ส่วนบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ได้ออกไปลงทุนต่างประเทศแล้วมูลค่ารวม 30-40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 990-1,320 ล้านบาท )&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 รายงานข่าวจากก.ล.ต.ระบุว่า ณ วันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีลูกค้าบลจ.ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองส่วนบุคคลเพื่อลงทุนต่างประเทศแล้ว 13 ราย คิดเป็นวงเงินลงทุนรวม 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 214.50 ล้านบาท ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***เศรษฐีไทยลงทุน 30% ของพอร์ต                &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมการลงทุนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเงินเฟ้อ ในส่วนของนักลงทุนรายใหญ่(ไฮเน็ต เวิร์ธ) หรือกลุ่มไฮเอนด์ เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังสนใจลงทุนในต่างประเทศในรูปแบบการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล แม้ว่าที่ผ่านมาลูกค้ากลุ่มนี้ได้ลงทุนต่างประเทศ ผ่านกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ( FIF ) ไปบ้างแล้วแต่ก็มีสัดส่วนน้อยคือ ประมาณ 10% ของพอร์ตเท่านั้น ขณะที่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเศรษฐีในทวีปเอเชียพบว่ามีสัดส่วนการลงทุนต่างประเทศถึง 50%ของพอร์ตเลยทีเดียว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ฉะนั้นเชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐีไทยที่เป็นกลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลจะทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็น 20-30%ของพอร์ต ซึ่งสาเหตุหนึ่งเพราะรัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกองทุนส่วนบุคคลที่ไปลงทุนต่างประเทศ โดยหากลงทุนเกิน 1 ปีไม่ต้องเสียภาษีผลตอบแทนการลงทุน(แคปปิตอลเกน) เช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลในประเทศยังต้องเสียภาษีอยู่ ดังนั้นเชื่อว่าลูกค้าสนใจตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อลงทุนในต่างประเทศมากกว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 สำหรับบลจ.ทิสโก้ฯ ปัจจุบันมีลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล 200 กว่าราย แบ่งเป็นลูกค้าประเภทบุคคลประมาณ 80% และลูกค้าสถาบันประมาณ 20% โดยลูกค้าประเภทบุคคลมีเงินลงทุน 40 ล้านบาทต่อรายขึ้นไป ส่วนลูกค้าสถาบันมีเงินลงทุน 100 ล้านบาทต่อรายขึ้นไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***ดันสินทรัพย์พุ่งเฉียด 3 แสนล. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน รองกรรมการผู้จัดการ บริหารสายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทยฯ และในฐานะอุปนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนหรือสมาคมบลจ.ด้านธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้นักลงทุนรายใหญ่สนใจจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อลงทุนในต่างประเทศ คือ การมีพ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากซึ่งทำให้ต้องกระจายความเสี่ยงในการลงทุน อีกทั้งรัฐบาลส่งเสริมให้ไปลงทุนต่างประเทศด้วยการลดหย่อนภาษีกำไรจากการลงทุน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ดังนั้นเชื่อว่าในระยะ 2 ปีข้างหน้านักลงทุนกลุ่มนี้จะเข้าใจและสนใจลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น คาดว่าทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(เอ็นเอวี)กองทุนส่วนบุคคลทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ล้านบาท เป็น 270,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 170,000 ล้านบาท ส่วนลูกค้าส่วนบุคคลของบริษัทที่สนใจนั้นส่วนใหญ่เป็นลูกค้าสถาบัน เช่น บริษัทประกัน เป็นต้น เพราะบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าส่วนบุคคลเป็นสถาบันถึง 70% ส่วน 30% เป็นลูกค้าบุคคล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นายธีรพันธุ์ ยอมรับว่าช่วงนี้ลูกค้าอาจจะอยู่ในช่วงประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้น หากเสนอขายกองทุนต่างประเทศ คงไม่ได้รับความสนใจมากนัก และคาดว่าช่วงไตรมาส 3 เป็นจังหวะที่ดีที่จะออกกองทุนหุ้นต่างประเทศเพื่อขายนักลงทุนทั่วไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***ลงทุนรับพ.ร.บ.ครองเงินฝาก            &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นายวนา พูนผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี(ไทย)ฯ กล่าวว่า บริษัทเสนอโปรดักต์กองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น เช่นเดียวกับกองทุนส่วนบุคคลที่บริษัทจะเสนอขายด้วย ซึ่งจากการสำรวจความสนใจของลูกค้าพบว่าหุ้นต่างประเทศยังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมนี้ที่พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากประกาศใช้ เชื่อว่าลูกค้าส่วนหนึ่งที่เป็นกลุ่มเศรษฐีจะสนใจลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 &amp;quot;ในสภาวะที่บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อสูง โดยเฉพาะตลาดหุ้น สำหรับบลจ.ยูโอบีฯ ยังเชื่อว่าตลาดหุ้นเอเชียเหนือ น่าสนใจลงทุนมากที่สุด แต่ยอมรับว่าต้องเลือกด้วย ยกตัวอย่างตลาดหุ้นจีนที่ปรับลงมามากแล้วประมาณ 40% ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าปีนี้ เศรษฐกิจจีนยังมีโอกาสเติบโตในระดับ 9% ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลังนี้หุ้นจีนจะปรับขึ้นจากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ซึ่งจากสถิติในอดีตพบว่าประเทศที่เป็นเจ้าภาพหุ้นจะปรับขึ้นในช่วงฤดูกาลแข่งขัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ***บอนด์เกาหลีอายุ 2 ปี ได้ 5.25% /ปี    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 สำหรับบลจ.ทหารไทยฯ ซึ่งได้ออกกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 16 กองทุน คิดเป็นเงินระดุมครั้งแรก(IPO ) รวม 28,483 ล้านบาท และระหว่างวันที่ 17-24 มิถุนายนนี้ ได้เปิดขายกองที่ 17 มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท อายุ 2 ปี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทยฯ เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดขายกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีให้เลือกทั้งระยะสั้นอายุ 6 เดือน และระยะยาวอายุ 2 ปี ถึงแม้อัตราดอกเบี้ยในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ยังน่าสนใจ เนื่องจากยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยเฉพาะกองทุนทหารไทยพันธบัตรเกาหลีใต้ อายุ 2 ปี จะมีอัตรารับซื้อคืนไม่ต่ำกว่า 5.25% ต่อปี และจ่ายผลตอบแทนถึงปีละ 4 ครั้ง ซึ่งถือเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงสุดในขณะนี้ หากเปรียบเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปี ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2551 ให้ผลตอบแทนในอัตรา 4.67% ต่อปีเท่านั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดขาย กองทุนทหารไทยพันธบัตรเกาหลีใต้ 6M3 อายุ 6 เดือน อัตรารับซื้อคืนไม่ต่ำกว่า 3.50% ต่อปี ซึ่งทั้ง 2 กองทุนมีนโยบายการลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งชาติที่รัฐบาลเกาหลีใต้ เป็นผู้ออกหรือเป็นผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่า 99% จึงมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำมาก เพราะพันธบัตรเกาหลีใต้มีเครดิตเรตติ้งสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทย อีกทั้งยังมีการแปลงเงินลงทุนในต่างประเทศเป็นเงินบาทแล้ว ทำให้ไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนที่แน่นอน แต่ได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าการฝากเงินกับธนาคาร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ส่วนบลจ.ทิสโก้ฯ อยู่ระหว่างการเปิดขาย&amp;quot;กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ทริกเกอร์ 15% # 2&amp;quot; ซึ่งเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่เน้นลงทุนผ่านกองทุนหุ้นกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกยกเว้นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกองทุนต่อเนื่องจากกองแรกที่สามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย( 15% ) ได้ในระยะเวลาเพียงสองเดือนเศษ โดยเปิดขายเพียงครั้งเดียว ถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ลงทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
   ***กบข. ตั้งรับเศรษฐกิจโลกถดถอย   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ยอมรับว่า การลงทุนในปีนี้เผชิญกับความผันผวนค่อนข้างมาก สำหรับพอร์ตลงทุนของกบข. ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 380,000 ล้านบาท ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความหลากหลาย และครึ่งปีหลังนี้ กบข.จะกระจายการลงทุนไปยังหลักทรัพย์ประเภทนิติบุคคลเอกชนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ผลตอบแทนสัมพันธ์กับอัตราเงินเฟ้อ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 ส่วนนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ จากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดแรงกดดันปัญหาเงินเฟ้อ ส่งผลให้กลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้หรือพันธบัตรของกบข.จำเป็นต้องมีการลดการถือครองพันธบัตรระยะยาว และหันมาถือครองพันธบัตรที่มีอายุสั้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>บทเรียนสร้างธุรกิจ</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1764</link>
<description>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;การเรียนรู้จากบทเรียนของผู้อื่นเป็นหนทางเรียนลัดได้อย่างดี เพราะผู้ประกอบการจะได้ไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตนเองไปทุกเรื่องโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นสร้างธุรกิจ และในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างทุกวันนี้เพราะการเริ่มต้นดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาสนา ลาทูรัส กรรมการผู้บริหาร บริษัท นารายา อินเตอร์เทรด จำกัด เจ้าของแบรนด์ Naraya กล่าวถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของ Naraya ว่า มาจากการที่ราคาสินค้าไม่แพง สินค้าซึ่งเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันมีความหลากหลายทั้งรูปแบบและดีไซน์มากกว่า 3,000 แบบ ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างจุใจ และมีการนำระบบไอทีมาใช้เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีคุณภาพมาตรฐาน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กว่าที่จะประสบความสำเร็จนั้น เริ่มต้นธุรกิจมาจากการส่งขายกระเป๋าผ้าด้วยสภาพที่ติดลบมาจากธุรกิจส่งออกอะไหล่รถจักรยานยนต์ของสามีมีหนี้สินประมาณ 18 ล้านบาท จนกระทั่งปัจจุบันนี้สามารถสร้างยอดขายได้ถึงปีละ 400 ล้านบาท
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนั้นทำธุรกิจแบบซื้อมาขายไป ส่วนใหญ่ซื้อสินค้ามาจากสำเพ็ง แล้วนำไปส่งที่ร้านต่างๆ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคตจึงไปกู้เงินมา 2 แสนบาท ซึ่งเป็นการเริ่มต้นด้วยเงินทุนที่นับว่าไม่ได้มากนักเพื่อซื้อจักรสำหรับเย็บและเริ่มนำสินค้าไปออกงานแฟร์จนได้ลูกค้าและเป็นที่รู้จักยอมรับของตลาด ทำให้ปัจจุบันธุรกิจเติบโตมีพนักงานมากถึง 3000 คน เพราะเป็นงานหัตถกรรมที่ต้องในแรงงานคน แต่เพื่อทำให้ผลผลิตเร็วขึ้นและมีคุณภาพมาตรฐาน จึงต้องมีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีมาใช้และตั้งโรงงานขึ้นมาแทนที่จะอาศัยแต่ชาวบ้านซึ่งมีปัญหาเรื่องการหยุดงานบ่อย&amp;quot;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาสนากล่าวว่า ในอดีตยังไม่มีธนาคารที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน แต่ปัจจุบันมีบริการส่วนนี้เพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม เธอให้คำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรจะฝากเงินกับธนาคารแล้วใช้เงินทุนของตัวเองก่อน เมื่อธุรกิจขยายถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงินเพิ่มจึงค่อยหันไปพึ่งธนาคาร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราต้องมีวินัยทางการเงิน รู้จักจัดการใช้เงินให้เหมาะสม ต้องบริหารคนให้ดี มองการตลาดให้กว้าง เรียนรู้ให้มาก และทำบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มเปิดบริษัทเพื่อจะทำให้เติบโตไปได้อย่างมั่นคง&amp;quot;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกรณ์ พัฒนแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงธุรกิจของ Naraya ว่า Naraya มีกลยุทธ์เหมือน Gucci คือเริ่มจากหัตถกรรมก่อน แล้วจึงใช้เทคโนโลยีเข้ามา เพราะบางอย่างชาวบ้านทำไม่เป็น แล้วคนงานหยุดบ่อยจึงต้องตั้งโรงงานขึ้นมา และต้องขยายตัวสินค้ามากขึ้น ต้องมีการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ก่อนสิ่งที่ได้เรียนรู้คือตอนลงทุนครั้งแรกเกิดจากสามีทำงานอยู่ที่ลิเบียแล้วเห็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ลืมคิดว่าสินค้ามีกำไรไม่มาก มีเงินลงทุนไม่เพียงพอ ลืมคิดว่า SME ต้องใช้เงินในการลงทุนมาก แล้วต้องบริการให้ดีกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นหากไม่สามารถแข่งขันได้ดีพอย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การเปิดบริษัทครั้งแรกไม่แนะนำให้เปิดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด เพราะจะมีปัญหากันภายใน โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน ให้เปิดเป็นบริษัทจำกัดจะดีกว่า และจุดเริ่มต้นต้องเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อและความถนัดของเรา สินค้าต้องมีคุณภาพ และที่สำคัญต้องมีไอเดียดีๆ แปลกใหม่อยู่เสมอ จึงจะสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของเงินทุน เนื่องจากการขาดแหล่งเงินทุนทำให้ต้องกู้เงินจากเงินกู้นอกระบบเพื่อมาทำธุรกิจแล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงนั้น ขอแนะนำว่าจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจและอันตรายมาก ในทางที่ถูกต้องขอแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้เงินออมที่มีอยู่ในการเริ่มต้นธุนกิจเพราะช่วงแรกธุรกิจจะได้กำไรไม่มาก เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัวจึงค่อยกู้เงินมาลงทุนเพิ่มจึงจะดีกว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับความคิดส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการมักจะกลัวการกู้เงินจากธนาคาร การลงทุนต้องมีการเตรียมตัว มีแผนธุรกิจว่าจะเอาเงินไปลงทุนอะไร เงินเพียงพอหรือไม่ มีการเดินบัญชีสเตทเม้นท์เสมอ มีการซื้อขายจริง เครดิตของผู้ขอสินเชื่อต้องดี มีประวัติทางธุรกิจ เพราะทุกอย่างจะเชื่อมต่อกับค่าใช่จ่ายส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตาม การมีวินัยทางการเงิน จะทำให้ได้เงินกู้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกรณ์ทิ้งท้ายว่า ในแง่บริการของธนาคารมองลูกค้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ คิดว่าผู้ประกอบการต้องการความรู้พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ จึงต้องจัดสัมมนาไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งต่อปี และล่าสุดทำพ็อกเก็ตบุ๊คชื่อ &amp;quot;The Key ไขกลยุทธ์ จุดประกายความคิด ธุรกิจเอสเอ็มอี&amp;quot; เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความคิดและแรงบันดาลใจมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอบคุณ&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9500000072773&quot;&gt;http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9500000072773&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>&amp;#8216;พาย-ทาร์ส&amp;#8217; ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1763</link>
<description>&lt;strong&gt;ขนมอบอย่าง &amp;ldquo;พาย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ทาร์ส&amp;rdquo; แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อไม่คุ้นหูคนไทย แต่ก็คุ้นลิ้น มีผู้ให้ความสนใจซื้อหารับประทานกันมาก&lt;/strong&gt; ใครที่มีฝีมือในการทำให้รสชาติอร่อยก็จะเป็นอีกอาชีพทำเงินได้ดี ทั้งในลักษณะอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม วันนี้ทีมงาน &amp;ldquo;ช่องทางทำกิน&amp;rdquo; ก็มีเรื่องราวขนมอบประเภทนี้มานำเสนอกัน...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ขนิษฐา สวัสดิ์เวช หรือ คุณน้อง&lt;/strong&gt; เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนมา 8 ปี และช่วงปี 2540 ก็ได้ลาออกจากงานบริษัท เพื่อที่จะมาทำขนมขาย อาทิ ขนมปังกระเทียม ขนมเปี๊ยะ พาย ข้าวตัง เนื่องจากมีใจรัก และพอมีฝีมือ-มีพรสวรรค์ทางนี้อยู่ และก่อนจะทำขายจริงจังยังได้ไปเรียนกับคนรู้จัก ไปเรียนเพิ่มเติมก่อนด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;ldquo;ช่วงปี 2542-2543 ยอดสั่งขนมดีมาก ทำกันแทบไม่ทัน มีคนมารอรับขนมถึงหน้าบ้านเลย ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ขายเลย ทำเท่าไรก็ไม่พอ อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนั้นค่อนข้างดีก็เป็นไปได้&amp;rdquo;คุณน้องบอกต่อไปว่า พอปี 2544 เป็นต้นมายอดขายก็ลดลงไปมาก จนต้องให้คนงานที่จ้างมาช่วยออกจากงานถึง 10 คน เพราะมีคนหันมาทำขนมขายกันมากขึ้น และที่สำคัญช่วงนั้นทำอะไรก็มักจะโดนลอกเลียนแบบ จึงหยุดทำไปสักระยะหนึ่ง ประคองตัวให้รอดพ้นวิกฤติไปให้ได้ก่อน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ต่อมาก็มาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เป็นการเริ่มต้นด้วยตนเอง โดยทำที่บ้าน เน้น &amp;ldquo;พายสับปะรด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ทาร์สสับปะรด&amp;rdquo; เป็นหลัก ทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ เน้นจับลูกค้ากลุ่มร้านกาแฟ โดยหาลูกค้าด้วยตนเอง ไม่นั่งรอให้คนมาสั่งที่บ้านเหมือนเดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;ลองมาดูสูตรการทำพายที่เรียกว่า &lt;strong&gt;&amp;ldquo;พายเรือ&amp;rdquo; &lt;/strong&gt;และ &lt;strong&gt;&amp;ldquo;พายดาว&amp;rdquo;&lt;/strong&gt; ที่คุณน้องให้สูตรกัน..... &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เริ่มต้นที่ &amp;ldquo;เนื้อแป้ง&amp;rdquo; ใช้แป้งสาลี 250 กรัม, น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 50 กรัม, ผงฟู 1/2 ช้อนชา, เกลือ 1/2 ช้อนชา, เนยมาการีน 150 กรัม, น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย และกลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;วิธีทำ&lt;/u&gt; เริ่มที่ ร่อนแป้งสาลี, น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 50 กรัม, ผงฟู 1/2 ช้อนชา และเกลือ ให้เข้าด้วยกัน จากนั้นใส่เนยมาการีน และน้ำเปล่าให้เข้ากันด้วย และใส่กลิ่นวานิลลาลงไป แล้วใช้มือนวดให้แป้งเข้าด้วยกัน จากนั้นนำแป้งที่ผสมดีแล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วใช้ที่นวดแป้งรีดให้เป็นแผ่นใหญ่ ๆ บาง ๆ &amp;ldquo;ตัดแป้งเป็นแผ่นขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้ไม้บรรทัดฟุตเหล็กเป็นตัวหลัก ตัดเป็นแนวนอน และแนวตั้ง ถ้าเป็นพายเรือ ตัดเพียงแค่แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ถ้าเป็นพายดาว ให้ตัดด้านมุมของแผ่นแป้งเป็นรูปกากบาท เพื่อสะดวกเวลาที่จะพับออกมาเป็นรูปดาว&amp;rdquo;&lt;br /&gt;
วางไส้สับปะรดลงบนแป้งพายแล้วพับเป็นรูปดาว หรือรูปเรือก็ได้ ทาไข่แดงบนหน้าพายนิดหน่อย จากนั้นนำเข้าตู้อบ ใช้ความร้อนอบ 150 องศาฯ อบประมาณ 5 นาที เท่านี้ก็เรียบร้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;ldquo;ไส้สับปะรดนั้น ให้ซื้อสำเร็จรูปจากโรงงาน ราคา กก. ละไม่เกิน 25 บาท&amp;rdquo;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วน &lt;strong&gt;&amp;ldquo;ทาร์สสับปะรด&amp;rdquo;&lt;/strong&gt; ใช้แป้งสาลี 400 กรัม, เกลือ 1/2 ช้อนชา, เนยสด 200 กรัม, ไข่แดง 2 ฟอง และกลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;วิธีทำ&lt;/u&gt; ตีเกลือ เนยสด ไข่แดง และกลิ่นวานิลลาด้วยเครื่องให้เข้ากันก่อน จากนั้นเทแป้งสาลีลงไปผสม โดยใช้มือค่อย ๆ ผสมให้เข้ากัน ค่อย ๆ จับแป้งขึ้นมาเป็นก้อน ๆ ปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นแบออกมาเป็นแผ่น ใส่ไส้สัปปะรด ลงไป แล้วใส่ลงไปบนพิมพ์ ซึ่งเป็นรูปต่าง ๆ อาทิ แอปเปิ้ล ฟักทอง จากนั้น นำเข้าเตาอบ ใช้ความร้อน 150 องศาฯ อบประมาณ 5 นาที เท่านี้ก็เป็น อันเรียบร้อยแล้ว จัดใส่กล่องพลาสติกใสกลม ประมาณ 120 กรัม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับพาย 120 กรัม ต้นทุนประมาณ 13 บาท ขายส่ง 25 บาท ส่วนทาร์ส 120 กรัม ต้นทุนประมาณ 15 บาท ขายส่ง 25 บาท&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ใครสนใจขนมอบ อย่าง &amp;ldquo;ทาร์ส&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;พาย&amp;rdquo; ของคุณน้อง-ขนิษฐา สวัสดิ์เวช อยากจะสั่งไปจำหน่าย ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 0-5047-4676 หรือใครจะลองนำสูตรไปฝึกทำขายดูบ้าง ก็ได้เลย!&lt;/strong&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>ยอดรูดบัตรเครดิตเหี่ยวลดหมื่นล</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1762</link>
<description>ธปท. -เผยยอดคงค้างบัตรเครดิตล่าสุด ณ สิ้นเดือนก.พ. แม้จำนวนบัตรในระบบสถาบันการเงินจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดคงค้างสินเชื่อปริมาณการใช้จ่าย ลดลง โดยเฉพาะปริมาณการใช้จ่ายเพียงเดือนเดียวยอดลดฮวบเกือบ 1 หมื่นล้าน เป็น ผลจากลูกค้าทุกสถาบันการเงินมีการใช้จ่าย บัตรเครดิตทุกประเภทลดลง หวั่นปัจจัยการเมืองที่ยังไม่คลี่คลายและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้ประกาศยอดคงค้างบัตรเครดิตล่าสุด ณ วันที่ 28 ก.พ.2550 พบว่า แม้จำนวนบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดคงค้างสินเชื่อบัตรเครดิตลดลง ขณะเดียวกันปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมก็ลดลงอย่าง มาก ทั้งในส่วนของปริมาณการใช้จ่ายในประเทศ ปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศ การเบิกเงินสดล่วงหน้าลดลงทุกประเภท โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ปริมาณการใช้จ่ายทุกประเภทลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความ เชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ประชาชนมีการชะลอการใช้จ่ายและบางส่วนก็มีการชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือมีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้ น ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนจะซื้อสินค้าเฉพาะที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ จากยอดคงค้างบัตรเครดิตในเดือน ก.พ.นี้ มีปริมาณบัตรเครดิตทั้งสิ้น 11,006,451 บัตร หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3,644 บัตร และมียอดคงค้างสินเชื่อทั้งสิ้น 116,740 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อน 2,036 ล้านบาท หรือลดลง 1.21% ของสินเชื่อรวม โดยยอดคง ค้างสินเชื่อบัตรเครดิตของสถาบันการเงินทุกประเภทลดลง โดยเดือนนี้ธนาคารพาณิชย์จำนวน 55,259 ล้านบาท หรือลดลง 1,090 ล้านบาท หรือลดลง 1.93% สาขาธนาคารต่าง ประเทศ 33,759 ล้านบาท หรือลดลง 18 ล้านบาท และบริษัทประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) จำนวน 77,721 ล้านบาท หรือลดลง 928 ล้านบาท หรือลดลง 1.18% ของสินเชื่อรวม
ส่วนปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมของสถาบันการเงินทุกประเภทลดลง โดยเมื่อเทียบ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะเดียวกันปริมาณการใช้จ่ายทุกประเภทลดลงเช่นกัน โดยปริมาณการใช้จ่ายในประเทศมีปริมาณทั้งสิ้น 45,747 ล้านบาท หรือ ลดลงจากเดือนก่อน 7,537 ล้านบาท คิดเป็น 14.14% ส่วนปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศ มีจำนวน 1,876 ล้านบาท ลดลง 297 ล้านบาท คิดเป็น 13.68% และการเบิกจ่ายเงินสดล่วงหน้าจากปัจจุบันที่มีจำนวน 16,809 ล้านบาท ลดลง 1,830 ล้านบาท คิดเป็น 9.82%&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยปริมาณการใช้จ่ายในประเทศในเดือน นี้แบ่งเป็นส่วนของธนาคารพาณิชย์จำนวน 24,695 ล้านบาท หรือเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าลดลง 5,177 ล้านบาท คิดเป็น 17.33% สาขาธนาคารต่างประเทศ 6,607 ล้านบาท หรือลดลง 614 ล้านบาท คิดเป็น 8.51% และนอนแบงก์ 14,443 ล้านบาท หรือลดลง 1,744 ล้านบาท คิดเป็น 10.78%&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนการเบิกเงินสดล่วงหน้าของสถาบันการเงินทุกประเภทก็ลดลงเช่นกัน โดยแบ่งเป็นส่วนของธนาคารพาณิชย์ 12,478 ล้านบาท ลดลง 1,513 ล้านบาท สาขาธนาคารต่างประเทศ 909 ล้านบาท ลดลง 44 ล้านบาท และนอนแบงก์ 3,421 ล้านบาท ลดลง 272 ล้านบาท นอกจากนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในส่วนของปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศแบ่งเป็นส่วนของธนาคารพาณิชย์จำนวน 677 ล้านบาท ลดลง 153 ล้านบาท สาขาธนาคารต่างประเทศ 402 ล้านบาท ลดลง 62 ล้านบาท และนอนแบงก์ 796 ล้านบาท ลดลง 82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา สยามธุรกิจ 18-20 เมย
</description>
</item>

<item>
<title>เทคนิคการมองหางานที่เหมาะสมกับตัวเอง</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1761</link>
<description>&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;p&gt;
อันดับแรก&lt;br /&gt;
รู้จักตัวเอง มองเป้าหมายในชีวิตของตัวเองให้เจอ เพราะถ้าเราไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน การมองหางานก็เป็นปอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีทิศทาง ทำให้เรามองหางานที่ต้องการไม่เจอ ดังนั้น ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางไปทางไหนดี ก็อย่ารีบร้อน คิดดูดีๆก่อน ว่าตัวเองมีเป้าหมายอย่างไรในชีวิต แล้วค่อยมองหางาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันดับที่สอง&lt;br /&gt;
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว ก็มองหางานที่เปิดรับสมัคร ศึกษาดูว่า งานที่จะทำนั้นต้องการคนที่มีคุณสมบัติแบบไหน แล้วมองย้อนดูตัวเองว่า มีคุณสมบัติที่ระบุมาหรือยัง ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็ควรเร่งหาความรู้เพิ่เติม อาจจะฝึกอบรม หรือสอบถามผู้รู้เพื่อที่จะได้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันดับที่สาม&lt;br /&gt;
จัดเตรียมเอกสารสำหรับการสมัครงานให้ครบ เช่น จดหมายสมัครงาน ประวัติย่อ จดหมายแนะนำตัวเอง ใบรับรองการศึกษา หนังสือรับรองการผ่านงาน หรือใบผ่านงาน และประวัติย่อ ควรจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ เพระบริษัทส่วนใหญ่จะเลือกพิจารณาจดหมายภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันดับสุดท้าย เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ลุยเลย ส่งจดหมาย ส่ง e-mail หรือใบสมัครด้วยตนเอง และอย่าลืมอ่านประกาศดีๆด้วยว่า บริษัทต้องการให้สมัครโดยวิธีไหนจะได้ไม่พลาดในการพิจารณาสัมภาษณ์ต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://guidance.kku.ac.th/index.php&quot;&gt;&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>10 วิธีทำชีวิตให้มีความสุข</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1760</link>
<description>&lt;font size=&quot;2&quot;&gt;เพื่อนๆ ในแก๊งโทร. มานัด &amp;quot;คืนนี้ไปหาอะไรกินกันแถวๆ หลังสวนดีไหม นัดหมวยกะหน่อยไว้แล้วด้วย ไม่ได้กินอะไรด้วยกันซะนาน&amp;quot;&lt;br /&gt;
ขณะอึกๆ อึกๆ เพื่อนก็รีบดักคอ &amp;quot;อย่าบอกนะว่าไม่ว่าง&amp;quot;&lt;br /&gt;
ถึงไม่อยากบอก แต่ก็ต้องบอกเพื่อนไปอย่างนั้นจริงๆ&lt;br /&gt;
&amp;quot;เออๆ ก็ได้ วันหลังค่อยเจอกันก็ได้&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ใช่ไหมคะ และมีบ้างที่โชคอาจไม่เข้าข้างเรานัก เพราะใช่ว่าเพื่อนรักของเราทุกคนจะเข้าใจตรงกันกับเราได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ทำไมไม่หาความสุขใสตัวกะเขามั่ง&amp;quot; ประโยคสำเร็จรูปที่เรามักจะได้ยินได้ฟังในเสียงบ่นพ้อต่อว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชีวิต (จริงๆ) ก็อย่างนี้ล่ะค่ะ บ่อยครั้งที่ต้องจมอยู่กับการครุ่นคิดและแก้ปัญหากับงานที่กองสุมอยู่ตรงหน้า แม้เพื่อนรักหรือคนที่เรารักโทรศัพท์มาหา ก็จำเป็นจะต้องพูดตัดบทเสียดื้อๆ อยากไปฉลองกับเพื่อนใจจะขาด แต่ก็ติดขัดในเรื่องบางเรื่อง และปัญหาวุ่นวายอีกมากมายในชีวิตที่ราวกับปล้นชิงความสุขในชีวิตของเราไป หลายคนเมื่อเจอเวลาหรือโอกาสสั้นๆ จึงอยากจะฉวยโอกาสนั้นๆ หาความสุขใส่ตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font color=&quot;#6633ff&quot;&gt;&lt;strong&gt;ว่ากันที่จริง ความสุขหาได้ง่ายนะคะ อาหารอร่อยๆ สักจานหนึ่ง เครื่องดื่มสักแก้ว เพลงที่ฟังถูกหูสักเพลง ภาพถ่ายสักใบ ใครสักคน ฯลฯ แต่นั่นมักจะเกิดขึ้นในวันที่กายกับใจของเราปรองดองกันดี ในวันที่ปุ่มแห่งความสุขในตัวของเราเปิดรับ-รับรู้ปัจจัยข้างนอกที่มากระทบอย่างปลอดโปร่ง&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font color=&quot;#ff3300&quot;&gt;&lt;strong&gt;ทุกคนพร้อมที่จะมีความสุข และอยากเป็นคนที่มีความสุข แต่เราจะมีความสุขให้ง่ายขึ้นได้อย่างไรล่ะคะ ในรูปแบบชีวิตที่เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ว่างและช่างวุ่นวาย และคนแบบไหนล่ะคะ ที่เราจะเรียกเขาได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า คนที่มีความสุข&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;font color=&quot;#ff0000&quot;&gt;&lt;strong&gt;ว่ากันว่า คนที่มีความสุข คือ คนที่มีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นคง &lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อยากมีความสุขไหมล่ะคะ ต่อไปนี้เป็นวิธีทำชีวิตให้มีความสุข หลักใหญ่ใจความมาจากสองส่วนสำคัญ คือทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายเปราะบาง และทำอย่างไรให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ปลอดโปร่ง เป็นเรื่องของข้างนอกและข้างใน&lt;br /&gt;
ดังนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ข้อแรก 1.คุณจงรักษาร่างกาย (ของคุณ) ให้แข็งแรงอยู่เสมอ&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
เพราะสุขภาพกายกับสุขภาพใจนั้นทำงานสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดค่ะ สุขภาพกายที่ดีมักทำให้คนคนนั้นมีความสนุกสนาน คล่องแคล่ว แจ่มใส ต่างกับคนที่เจ็บป่วยบ่อยๆ เขามักจะช่างหงุดหงิดรำคาญใจ วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราสามารถรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงได้ ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบมื้อ ในปริมาณที่เหมาะสม ด้วยความหลากหลาย ไม่กินซ้ำกินซาก พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย ที่อยู่อาศัย และข้าวของเครื่องใช้ และหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษหรือมีความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;จากนั้น 2.สำรวจตนเองและยอมรับความเป็นจริง&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
น้อยคนนักที่จะมีความสมบูรณ์พร้อมในตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทุกคนมีข้อดีและข้อด้อยอยู่ในตัวทั้งสิ้น จงสำรวจตัวเองเพื่อรู้จักตนเองอย่างแท้จริงว่าเป็นคนอย่างไร สนใจอะไร มีความสามารถด้านไหน แค่ไหน ยอมรับข้อบกพร่องผิดพลาดที่มีและมองหาหนทางแก้ไข เปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น เมื่อถ่องแท้ในตัวเองได้ ก็จะทำให้เราตั้งเป้าหมายในชีวิตได้เหมาะสมกับความเป็นจริง ซึ่งทำให้มีโอกาสสมหวังได้มาก ความสมหวังก็ย่อมจะนำความสุขมาให้...จริงไหมคะ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;3.มีความต้องการที่พอเหมาะพอสมและยืดหยุ่นได้&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
คนเราต้องการหรืออยากได้อะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่หากไม่ได้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ต้องรู้จักยืดหยุ่นความต้องการให้ยอมรับได้ เช่น อยากได้สิ่งหนึ่ง แต่อาจไปได้อีกสิ่งหนึ่ง อย่างนี้ก็ต้องพอใจ ต้องมีเหตุผล รู้จักความพอดีเกี่ยวกับความต้องการ มากไปก็เป็นทุกข์ พอดีๆ เท่านั้นถึงจะเป็นสุข จึงควรมีความปรารถนา ความต้องการ หรือความทะเยอทะยานที่ใกล้เคียงกับความสามารถและความเป็นจริง จะช่วยให้เรารู้จักวางแผนและปรับเปลี่ยนแผนได้เป็นระยะๆ ไม่ผิดหวังหรือท้อแท้ง่าย แถมมีโอกาสสมหวังได้ง่ายและเป็นระยะๆ ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;4.อย่าเป็นนักเปรียบเทียบ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
คนที่ชอบเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ มักพบว่าเป็นคนที่ไร้สุขโดยสิ้นเชิง จงประเมินชีวิตตนเองตามความรู้ ความสามารถ และความพยายามของตนเอง มองผู้อื่นอย่างเรียนรู้ ชื่นชม และใช้เป็นแบบอย่าง จะทำให้การอยู่ร่วมกับใครต่อใครเป็นไปอย่างสงบ ราบรื่น ไม่กดดันตัวเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;5.มีอารมณ์ขันเสียบ้าง &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
การมีอารมณ์ขันจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย แจ่มใส ไม่มองโลกอย่างตึงเครียดเกินไป อารมณ์ขันจะสร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้นทั้งกับตัวเองและผู้อื่น โปรดสังเกตว่าแม้แต่ตัวเราเองก็อยากอยู่ใกล้กับคนอารมณ์ดี อารมณ์ขันจะช่วยลดแรงกดดันชีวิต ทำให้รู้จักปล่อยวาง ก่อให้เกิดมิตรที่ช่วยเกื้อหนุนกันได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;6.ปล่อยวางให้เป็น&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
ทุกข์ที่หนักที่สุดในชีวิตคนคือทุกข์จากการยึดถือ จงปล่อยให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามแนวทางของมันเถอะ อย่าไปฝืน อย่าดันทุรัง พึงระลึกว่าอะไรที่ไม่ได้ดังใจนั้น พักสักประเดี๋ยวแล้วค่อยเริ่มใหม่ก็ไม่สาย รู้ไหมว่ากาลเวลาเป็นยารักษาความผิดหวังเจ็บปวดชั้นยอด ต้องให้โอกาสและเวลาแก่ตัวเองเพื่อเริ่มใหม่ ลองใหม่ และแก้ไขสิ่งที่เราเรียนรู้แล้วจากความผิดพลาด ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดขึ้นจากเราหรือใคร หรืออะไรก็ตาม จงให้อภัยและให้เวลา&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font size=&quot;2&quot;&gt;7.ต้องพอใจในสิ่งที่ตนทำอยู่ มีอยู่ และเป็นอยู่ &lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;font size=&quot;2&quot;&gt;การรู้จักพอใจในงานที่ทำ ฐานะที่มี และตัวตนที่เป็น จะช่วยให้ไม่เบื่อหน่ายกับชีวิต กระตือรือร้น และพร้อมจะขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ตำแหน่งที่ดียิ่งขึ้น พร้อมรบ คือ พร้อมผจญกับอุปสรรค โดยไม่ท้อแท้กับผลที่อาจแพ้หรือชนะ เพราะอย่างไรเราก็พึงพอใจในเราเสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;8.อย่าเก็บกด &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
หากความทุกข์ ความท้อ ความเบื่อหน่ายสุมประดังอยู่ในอก หาวิธีระบายออกอย่างเหมาะสมเสียบ้าง การเก็บกดไว้จะทำให้ระเบิด หาเพื่อนสักคนพูดคุย อ่านหนังสือสักเล่ม ไปออกกำลังกายหรือเดินเล่นหย่อนในสักพัก มีวิธีการผ่อนคลายและระบายความตึงความเครียดเยอะแยะ เราตึงและเครียดได้ทุกวันนั่นแหละค่ะ แต่อย่าสะสม ความตึงเครียดก็เหมือนกับคราบสกปรก จงหมั่นเช็ดถู ทำความสะอาดทุกวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;9.อย่าปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ค่า&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
คนที่ไม่รู้จักทำวันเวลาให้มีค่าจะเป็นคนขี้เบื่อและไม่ศรัทธาในตัวเอง เขาจะตระหนักถึงความไร้ค่าของตัวเองขึ้นทุกวันๆ เขาจะเบื่อหน่ายชีวิต ชอบคิดฟุ้งซ่าน เอะอะอาละวาด เอาแต่ใจ หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำให้สบายใจบ้างดีกว่า เช่น อ่านหนังสือ เข้าครัว ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา งานฝีมือ เล่นดนตรี ฯลฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;10.ยึดคติเรื่องการเป็นผู้ให้ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
คนประเภทที่รอรับอย่างเดียวเป็นพวกชอบคำนวณต้นทุนกำไรและชอบเอารัดเอาเปรียบ เขาจะรู้สึกขาดทุนเสมอ พานทำให้ชอบเรียกร้องความสนใจ รอรับ และต้องการมากกว่าปกติ สร้างความเบื่อหน่ายให้คนรอบข้าง พึงสร้างทัศนคติของการเป็นผู้ให้ เมื่อได้ให้เราจะรู้สึกสบายใจ ภูมิใจ รู้สึกว่าเรามีมาก มีเหลือพอที่จะแบ่งปันให้ใครต่อใครได้ การได้เกื้อหนุนหรือแบ่งปันแทนการรอรับอย่างเดียว จะทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ยุติธรรมดี น่าอยู่ น่ารัก ใครก็ตามที่รู้สึกว่าโลกยุติธรรมกับชีวิต โลกนี้น่าอยู่ โลกนี้น่ารัก มีหรือที่ชีวิตเขาจะไม่รื่นรมย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้ง 10 วิธีที่ว่านี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่หากใครก็ตามที่นำไปปฏิบัติ เชื่อว่าความสุขจะค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นภายในพริบตา ความสุขที่แท้จริงไม่อาจเสกขึ้นได้ด้วยเวทมนตร์คาถา ต้องปฏิบัติและรู้สึกค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากอยากเป็นคนที่มีความสุขจริงๆ ต้องเริ่มจัดสรรเวลาและอารมณ์มามาดำเนินการตามหลักทั้ง 10 ข้อนี้ได้แล้ว จะได้เลิกซื้อความสุขที่ฉาบฉวย ชั่วครั้งชั่วคราว มาแก้ปัญหาน่าเครียดน่าเบื่อในชีวิตประจำวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะเมนูความสุขชั่วคราวพวกนั้น มักจะราคาสูงและทำให้ชีวิตเปล่าเปลือง!! &lt;/font&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=blogangel&amp;amp;amp;amp;amp;amp;date=26-10-2007&amp;amp;amp;amp;amp;amp;group=3&amp;amp;amp;amp;amp;amp;gblog=30&quot;&gt;&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>สอนลูกให้รู้ค่าของเงิน </title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1759</link>
<description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;strong&gt;... อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเอง การกำหนดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน หรือรายสัปดาห์ ...&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู &lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;font color=&quot;#ff6600&quot;&gt;&lt;strong&gt;ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
การกำหนดค่าใช้จ่ายให้ลูกอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น รายอาทิตย์ รายเดือน เป็นการเริ่มต้นฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp; ควรสอนให้เด็กรู้จักประเมินการใช้เงินรายวัน และจัดสรรการใช้จ่ายด้วยตัวเอง วันใดจ่ายมากก็ต้องยอมรับสภาพว่าอีกวันต้องอดบ้าง เพื่อเรียนรู้ผลการใช้เงินเกินข้อตกลง &lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;font color=&quot;#ff6600&quot;&gt;&lt;strong&gt;รางวัลมิใช่สิ่งของเสมอไป&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
การแสดงความชื่นชมลูกเมื่อเขาทำสิ่งที่ดีใช่ว่าจะต้องให้ของขวัญราคาแพงเสมอไป รางวัลสำหรับลูกอาจเป็นคำชมเชย จดหมายน้อยสักหนึ่งฉบับ ดาวทีละดวง&amp;nbsp; ครบห้าดวงเปลี่ยนเป็นไอศครีม 1 มื้อ เป็นต้น ควรคิดค้นวิธีการให้เด็กตื่นเต้นประทับใจ เช่น การส่งจดหมายถึงเด็กทางไปรษณีย์ แทนที่จะยึดแค่ความสะดวกสบาย โดยการให้รางวัลด้วยวัตถุเป็นหลัก&amp;nbsp; &lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;font color=&quot;#ff6600&quot;&gt;&lt;strong&gt;ไปห้างสรรพสินค้าเมื่อจำเป็น&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;
การพาครอบครัวไปพักผ่อนด้วยการตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างสรรพสินค้า อาจจะให้ผลได้ไม่เท่าเสีย เพราะสภาพแวดล้อมของห้างสรรพสินค้ามี แต่สิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เด็ก และผู้ใหญ่อดใจไม่ไหว การไป แต่ละครั้งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเพาะนิสัยการบริโภคให้ลูกในความถี่ที่น่าเป็นห่วง&amp;nbsp; &lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;font color=&quot;#ff6600&quot;&gt;&lt;strong&gt;จ่ายกันคนละครึ่ง... ดีไหม?&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt; คุณพ่อคุณแม่หลายรายใช้หลักจ่ายกันคนละครึ่งกับลูก เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักเก็บเงิน และหากต้องการสิ่งใดจะได้รับผิดชอบจ่ายด้วยตัวเองบ้าง อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp; แต่ก็ต้องระวัง โดยการกำหนดกติกาว่าพ่อแม่จะหารด้วยในกรณีที่เป็นของจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และระบบหารครึ่งนี้ จะไม่มีเงินผ่อนเด็ดขาด &lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;
&lt;font face=&quot;Tahoma&quot; size=&quot;2&quot; color=&quot;#000080&quot;&gt;&lt;font color=&quot;#ff6600&quot;&gt;&lt;strong&gt;สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ คือ&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&amp;nbsp; อย่ารู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาให้ลูก สงสารลูกที่ลูกหัวไม่ดี สงสารลูกที่เขาเจ็บป่วยเรื้อรัง แล้วจะไปชดเชยหรือทดแทนให้เขา ด้วยการซื้อของ หรือ ให้เงินแบบไม่มีกฎเกณฑ์ เงินจำนวนมากหรือของเล่นราคาแพงไม่สามารถทดแทนความรู้สึก &amp;lsquo;ขาด&amp;rsquo; ในใจลูกได้&amp;nbsp; เพราะเราทำให้เขา &amp;lsquo;อิ่ม&amp;rsquo; ได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา : &lt;a href=&quot;http://www.magickidschool.com/articledetail.php?id=288&amp;amp;amp;amp;type=8&quot;&gt;http://www.magickidschool.com/articledetail.php?id=288&amp;amp;type=8&lt;/a&gt;&lt;/font&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>34 เคล็ดลับในการทำขนม</title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1758</link>
<description>&lt;font size=&quot;2&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ขนมต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/u&gt;1. บัตเตอร์มิลค์เทียม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บัตเตอร์มิลค์ (buttermilk) เป็นส่วนผสมที่มักจะใช้ในการทำขนมจำพวกเค้กทั้งหลายค่ะ จำได้ไหมคะว่าใน Recipes ก็เคยมีสูตร Best Buttermilk Pancake ด้วย คุณๆสามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตหรือร้านขายอุปกรณ์ทำขนมใหญ่ๆ แต่ว่าถ้าใครหาซื้อไม่ได้จริงๆก็ใช้สูตรนี้แทนแล้วกันค่ะ เตรียม นมหวาน 1 ถ้วย แล้วใส ่น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ลงไป คนให้เข้ากัน ส่วนผสมนี้สามารถนำไปใช้แทน ครีมเปรี้ยว (sour cream) หรือบัตเตอร์มิลค์ ได้ค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;2. เก็บคุกกี้ให้อร่อยนาน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
งานเลี้ยงปีใหม่ที่ผ่านมาคงมีหลายคนได้คุกกี้เป็นของขวัญและของฝาก ถ้าเยอะจนทานไม่หมดล่ะก็ &lt;br /&gt;
เรามีวิธีเก็บคุกกี้มาฝากกันค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเก็บคุกกี้ชนิดเนื้อนิ่ม&lt;br /&gt;
การเก็บคุกกี้เนื้อนิ่ม ควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เวลาเก็บก็ให้ใส่ ขนมปัง ลงไปในกล่องเก็บด้วย หนึ่งแผ่น ขนมปังจะช่วยรักษาความนิ่มของคุกกี้นี้ไว้ได้นานขึ้นค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเก็บคุกกี้ชนิดกรอบ&lt;br /&gt;
ให้เก็บไว้ในกล่องปิดฝาสนิทเช่นเดียวกัน แต่ ไม่ต้องใส่ขนมปังแผ่น และถ้าเก็บคุกกี้กรอบไว้มากๆ นานๆ นั้นมีวิธีการ คือ ก่อนเก็บคุกกี้ใส่ภาชนะ จะต้องอบใหม่อีกครั้งหนึ่งใช้เวลาอบราว 4 นาที และใช้ไฟร้อน 300 องศาฟาเรนไฮท์ อย่าอบนานกว่านี้นะคะ เพราะคุกกี้จะเกรียมมากเกินไปค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;3. ลูกเกดหายไปไหน ? &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับคุณๆที่เป็นนักทำขนม แล้วประสบปัญหาลูกเกดที่ผสมในขนมเค้ก มักจมลงก้นถาด มีวิธีแก้ง่ายๆค่ะ ลูกเกดหรือผลไม้เชื่อมมีส่วนผสมของน้ำหวานเคลือบอยู่ ซึ่งเมื่อถูกความร้อนจทำให้ลื่นไหล จมลงก้นถาด ดังนั้นจึงต้องแก้ไขโดยการ แช่ทิ้งไว้ในน้ำร้อนแล้วรินน้ำทิ้ง ใช้ผ้าขาวบางซับให้แห้ง แล้วคลุกด้วยแป้งขนมเค้กบางๆ เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;4. เคล็ดลับการละลายช็อคโกแล็ต&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมนูของหวานส่วนใหญ่จะมี ช็อคโกแล็ต เป็นส่วนประกอบ เคยพบปัญหาเวลาต้อง ละลายช็อคโกแล็ต บ้างไหมคะ ลองปฎิบัติตามคำแนะนำเล็กๆน้อยๆข้างล่างนี้อาจช่วยได้ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1 อย่าใช้ช้อนที่ทำด้วยไม้คนช็อคโกแล็ต เพราะจะทำให้ช็อคโกแล็ตเกิดกลิ่นและชื้น&lt;br /&gt;
2 ระวัง อย่าให้น้ำหยด ลงไปเด็ดขาด &lt;br /&gt;
3 เทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิของช็อคโกแล็ต ต้องเป็นเทอร์โมมิเตอร์สำหรับช็อคโกแล็ตโดยเฉพาะ เพราะจะสามารถวัดความร้อนที่เปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงเล็กน้อย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากทีเดียว&lt;br /&gt;
4 เวลาวัดอุณหภูมิของช็อคโกแล็ต ต้อง ระวังไม่ให้เทอร์โมมิเตอร์ไปสัมผัสกับก้นภาชนะหรือหม้อ เพราะจะทำให้ผลที่ได้ออกมาคลาดเคลื่อนได้&lt;br /&gt;
5 วางภาชนะที่ใส่ช็อคโกแล็ตไว้บน แผ่นความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ช็อคโกแล็ตเย็นเร็วจนเกินไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;5. เคล็ดลับเค้กอร่อย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จะทำขนมเค้กให้อร่อยมีเคล็ดลับที่ควรจำดังนี้ คือ ถ้าจะให้เค้กเบานิ่มให้เติมน้ำเดือด 1 ช้อนโต๊ะ ลงในส่วนผสมก่อนนำเข้าเตาอบ ใช้ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะแทนไข่ 1 ฟอง ถ้าเค้กร่วนแตกให้ใช้กระดาษทาด้วยน้ำมันพืชรองก้นเตาอบก่อนจะนำเค้กเข้าเตาอบค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;em&gt;6. เคล็ดลับทำเค้กให้อร่อย &lt;/em&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่งสำคัญในการทำเค้กให้อร่อยก็คือ การตีเนยกับน้ำตาล ถ้าเนยกับน้ำตาลตีขึ้นดีจะมีลักษณะเป็นฟองนวล เวลาตีจะรู้สึกเบามือ เวลาใส่แป้งควรใช้ไม้พายคนเบาๆ แล้วคนไปในทางเดียวกันตลอดขณะที่ลงมือทำส่วนผสม ควรจะเตรียมเปิดเตาอบไว้ก่อนให้ได้อุณหภูมิตามที่ต้องการ เมื่อเทส่วนผสมลงในพิมพ์แล้วจะได้นำเข้าเตาอบทันที เพื่อขนมจะได้ขึ้น ไม่หนักหรือฟูจนล้นค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
7. เคล็ดลับการทำเค้ก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มือใหม่หัดทำเค้กอ่านทางนี้ค่ะ ถ้าอยากทำเค้กให้ออกมาถูกใจทั้งคนทำและคนทาน เวลาทำเค้กก็เบาๆมือหน่อยนะคะ อย่าใส่น้ำตาลมากเกินไป เพราะจะทำให้ตีเนยไม่ขึ้น แล้ว เค้กที่ได้ก็จะเละติดมือ ไม่สุก และเนื้อเค้กแน่นหนักเกินไปด้วยค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
8. อุ่นขนมปังให้กรอบนอกนุ่มใน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกครั้งที่คุณอุ่นขนมปังฝรั่งเศส ให้ใช้น้ำพรมหรือลูบให้ทั่วตัวขนมปังก่อนนำเข้าเตาอบ ค่ะ เพราะจะทำให้ ขนมปังออกมาน่ารับประทานแถมยังกรอบนอกนุ่มใน อีกด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
9. เคล็ดลับการนึ่งขนมปุยฝ้าย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าใครอยากทำขนมที่ต้องการความฟู อย่าง ขนมปุยฝ้าย จำเคล็ดลับนี้ไว้สักนิดค่ะ คุณ ไม่ควรที่จะเปิดฝาดูบ่อยๆ เพราะจะทำให้อุณหภูมิลดลงมาก ซึ่งจะทำให้ขนมสุกช้า และเนื้อขนมยุบตัวลง ด้วยค่ะ และอีกอย่าง เมื่อขนมได้ที่แล้ว เวลาเปิดฝาหม้อ ต้องระวังน้ำหยดใส่หน้าขนม ด้วยนะคะ เพราะจะทำให้หน้าขนมบุ๋ม ไม่สวยค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
10.ตรวจเค้กอย่างไรว่าสุกแล้ว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การตรวจเค้กว่าสุกหรือยังนั้น สังเกตได้จากสีของเค้ก เค้กที่สุกผิวหน้าจะเปลี่ยนจากสีเหลืองนวลเป็นสีน้ำตาล ขอบของเนื้อเค้กจะเริ่มหดตัว ถ้าทิ้งไว้ให้หดมากๆ เค้กจะแห้งเกินไป หรือ อีกวิธีนึง ใช้นิ้วมือแตะบนผิวหน้าเค้กเบาๆ ถ้าเป็นรอยบุ๋มตามนิ้วมือ แสดงว่ายังไม่สุก ถ้าปล่อยนิ้วมือแล้วเนื้อเค้กดันกลับขึ้นมา ผิวหน้าเรียบเหมือนเดิม แสดวงว่าสุกแล้ว ค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ สิ่งที่แม่บ้านควรทราบ 2&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
11. กรุบกรับเฟรนช์ฟรายกรอบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันฝรั่งทอดชิ้นเล็กๆ ยาวๆ (French-Fried Potatoes) ทอดแล้วตักใส่ถุงกระดาษเติมเกลือป่นตามต้องการ แล้วเขย่า ถุงจะช่วยดูดน้ำมันส่วนเกิน และ ช่วยให้มันฝรั่งเคลือบเกลือได้ทั่วกัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
12. เคล็ดลับการอบขนมปัง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่ออบขนมปัง ให้วางจานใส่น้ำไว้ในเตาอบ ด้วยนะคะ จะช่วยให้เปลือกขนมปังไม่แข็ง ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
13. เค้กผลไม้จะอร่อยกว่าเดิมด้วยวิธีง่ายๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลเม็ดเคล็ดลับในการทำเค้กผลไม้ง่ายนิดเดียวเองค่ะ เค้กผลไม้จะอร่อยได้ เมื่อนำเค้กทั้งชิ้นออกมาจากเตา ทิ้งไว้สักครู่ให้เย็นก่อน แล้วจึงนำออกจากพิมพ์ ฉีดด้วยเหล้ารัมให้ทั่วชิ้นเค้ก ห่อเค้กด้วยกระดาษฟรอยด์ นำเข้าตู้เย็นประมาณ 3-7 วัน จึงนำมาตัดรับประทาน จะมีรสชาติอร่อยกว่าทานทันทีเมื่อสุกใหม่ๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
14. วิธีแกะขนมเค้กจากถาดพิมพ์ขนม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าขนมเค้กจนเอาออกจากถาดพิมพ์ขนมยาก ให้ยกถาดขนมเค้กแช่ในอ่างน้ำร้อน จะทำให้ไขมันที่ติดก้นถาดละลาย และเคาะเอาขนมเค้กออกมาได้ง่าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
15. เคล็ดลับกับเค้ก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีดที่ใช้ตัดเค้กควรแช่มีดในน้ำอุ่นก่อนตัด และล้างมีดหลังจากตัดแต่ละครั้ง จะได้เนื้อเค้กเป็นชิ้นเรียบสวย และหากไม่ใช่เนื้อเค้กแน่นและหนัก หรือมีผลไม้ในตัวเค้ก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มีดฟันเลื่อยก็ได้ค่ะ หากเป็นเค้กที่ทำเอง อาจเปลี่ยนจากการใส่หน้าเค้กด้วยครีม หรือผลไม้ลงไปบนตัวเค้กเลย เป็นแยกหน้าเค้กไว้เติมต่างหาก เช่น วิพครีม วานิลลาซ้อส หรือช็อคโกแลตฟัดจ์ ซึ่งการทำหน้าเค้กไว้เติมภายหลังจะทำให้ เราสามารถเก็บเค้กได้หลายวัน มากขึ้นค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
16. การเลือกซื้อขนมปัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ให้เลือกซื้อแต่ขนมปังที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ หรือสังเกตดูจากวันหมดอายุ หากรับประทานไม่หมด ให้ใส่ไว้อย่างเดิมและ ปิดปากถุงให้เรียบร้อย แล้วเก็บไว้ในช่องแช่แข็งจะได้ไม่ขึ้นรา เมื่อต้องการรับประทานก็ให้เอาออกมาจากตู้เย็น ทิ้งไว้ให้น้ำแข็งละลายหรือนำไปอุ่นในไมโครเวฟ แค่นี้ขนมปังของคุณก็จะยังคงความนุ่มสดใหม่อยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
17. เก็บขนมปังในตู้เย็นทำให้ใหม่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขนมปังที่เอาออกจากห่อแล้ว เมื่อทิ้งไว้นานมักจะแห้งแข็ง ถ้าจะให้ขนมปังใหม่ ควรนำขนมปังใส่ไว้ในตู้เย็นช่องน้ำแข็งทำอย่างนี้ขนมปังอาจจะแข็ง เมื่อจะกินก็เอามาปิ้งในเตาปิ้ง ขนมปังก็จะนุ่มเหมือนเดิม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
--------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;
แป้งและเครื่องปรุงต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
18 แป้งข้าวโพดปราบแมลงสาบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยกำจัดเจ้าแมลงสาบตัวร้าย ด้วยการใช้แป้งข้าวโพดหรือ ข้าวโอ๊ต ผสมปูนปลาสเตอร์ ในอัตราส่วนเท่าๆกัน โรยบริเวณที่แมลงสาบชอบมากวน เมื่อแมลงสาบกินเข้าไป ปูนปลาสเตอร์จะแข็งตัว แมลงสาบก็จะสูญสิ้นไปค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
19 ทำเนยแข็งๆ ให้อ่อนนุ่มลง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เนยแข็งที่เก็บไว้ในตู้เย็นจนแข็ง มีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆโดยการ หาชามมาหนึ่งใบเอาขนาดที่ครอบเนยแข็งก้อนที่จะใช้ จากนั้นเทน้ำเดือดลงในชามแล้วเทน้ำร้อนออก เอาชามร้อนๆใบนั้นไปครอบเนยแข็งไว้สักครู่ ก็จะช่วยให้เนยแข็งอ่อนนุ่มลงได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปล. เราเอาไปเป่าพัดลมให้นิ่มค่ะ ง่ายดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
20 น้ำตาลทรายแดงเป็นก้อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าต้องการรีบทำขนม แต่น้ำตาลทรายแดงที่จะนำมาทำติดกันเป็นก้อนแข็ง ให้ใช้ที่ขูด ขูดอย่างรวดเร็ว น้ำตาลทรายแดงจะล่อน นำมาทำขนมได้ในเวลาที่ต้องการค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
21 เก็บเนยแข็งไม่ให้ขึ้นรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การที่จะเก็บเนยแข็งไม่ให้ขึ้นรานั้น มีเคล็ดลับอยู่นิดนึงค่ะ เพียงใส่น้ำตาล 1 ก้อน ในกล่องเก็บเนยแข็งแล้วปิดฝาให้แน่น แค่นี้ก็จะ ไม่ทำให้เกิดเชื้อรา ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
22 วิธีเก็บน้ำผึ้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากต้องการจะเก็บรักษา น้ำผึ้ง ให้มีกลิ่นหอมหวานและคงไว้ซึ่งสรรพคุณตามธรรมชาติ ก็ให้เอาน้ำผึ้ง ใส่ขวดหรือกระปุกพลาสติกแช่เย็นในช่องแช่แข็ง จะเก็บได้นานเป็นปีๆ และมื่อจะใช้ก็ปล่อยให้ละลายในอุณหภูมิปกติค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
23 เบคกิ้งโซดาไล่มด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บ้านที่ประสบปัญหาที่เจ้ามดจอมยุ่ง มาสร้างความเดือดร้อนให้เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องครัว ลองใช้ เบคกิ้งโซดาแทนชอล์กไล่มดโดยให้คุณโรยไปตามเส้นทางเดินของมด ที่บัวพื้นใกล้กับผนัง หรือประตูทางเข้าบ้านจะช่วยป้องกันมดได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายเลยค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
24 ทดสอบน้ำผึ้งแท้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จะรู้ได้อย่างไรว่า น้ำผึ้ง ที่ซื้อมาเป็นน้ำผึ้งแท้หรือไม่ทำได้ไม่ยาก ให้คุณทดสอบโดยการ เทน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา ลงในน้ำอุ่น เมื่อละลายดีแล้วให้สังเกตุดูว่าน้ำผึ้งนั้นเกิดการเปลี่ยนสีหรือไม่ หากเป็นน้ำผึ้งแท้ก็จะไม่เปลี่ยนสีค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
25 เก็บแป้งทำขนมให้ใช้สะดวก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แป้งทำขนมหรือเค้ก นั้นมักจะบรรจุมาในถุงพลาสติกธรรมดาแล้วใส่ในกล่องกระดาษอีกชั้นหนึ่ง หากคุณนำมาใช้แล้ว เพื่อความสะดวกในการใช้ครั้งต่อไปให้ เทแป้งที่เหลือมาใส่ไว้ในถุงพลาสติกที่มีปากรูดเพื่อป้องกันอากาศเข้า นอกจากช่วยรักษาแป้งให้ใช้ได้นานแล้ว ยังไม่ทำให้แป้งหกเลอะเทอะด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
26 มาตวงเนยกันถอะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนที่ทำอาหารด้วยเนยเป็นประจำ บางครั้งอาจสับสนกับการชั่งหรือตวงเนย เพราะบางครั้งแต่ละสูตรก็ใช้มาตราในการชั่งหรือตวงต่างกัน ดังนั้นให้ควงง่ายๆ ตามนี้ค่ะ เนยหรือมาการีนที่มี น้ำหนัก 4 ออนซ์ จะเท่ากับ 1/2 ถ้วย ส่วน เนยหรือมาการีนครึ่งก้อน จะเท่ากับ 1/4 ถ้วย ซึ่งจะหนักประมาณ 50 กรัมค่ะ ฟังดูงงๆแต่ก็ไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
27 โซดาทำอาหารเก่าหรือยัง?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โซดาทำอาหารที่ซื้อมานานแล้ว มันเก่าแค่ไหน? ทดสอบได้ค่ะ เทน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา ลงบนโซดาทำอาหาร ถ้าไม่เกิดฟอง ขึ้นมาแสดงว่าโซดาทำอาหารนั้นเก่าเก็บเกินไปแล้ว ไม่ควรนำมาใช้ทำอาหาร ค่ะ แต่อย่าเพิ่งโยนทิ้งไปซะนะคะเปิดฝากล่องทิ้งเอาไว้แล้วนำไปวางไว้ในตู้เย็นจะสามารถ ดูดกลิ่นอาหารที่ไม่ปรารถนา ในตู้เย็นได้ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
28 ใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลได้รึเปล่า?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใช้น้ำผึ้งทำอาหารแทนน้ำตาลในขนมอบได้ค่ะ ให้ใช้ น้ำผึ้ง 1 ถ้วยแทนน้ำตาล 1 ถ้วย โดยลดส่วนผสมที่เป็นของเหลวในเมนูนั้นลง 1/4 ต่อน้ำผึ้ง 1 ถ้วย ทีใส่ลงไป หรือถ้าจะให้ง่ายขึ้นแทนที่จะลดส่วนผสมอย่างที่บอกข้างต้นก็ให้ใส่ โซดาทำขนม ลงไปแทน โดยใส่เพิ่ม 1/2 ช้อนชาต่อน้ำผึ้ง 1 ถ้วย และอย่าลืมลดอุณหภูมิในการอบลงด้วย เพราะขนมที่ทำจากนำผึ้งจะ เกรียมได้ง่ายกว่าขนมทั่วไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
29 น้ำผึ้งหนืดๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เคยไหมคะ? เวลาเอาน้ำผึ้ง ไปแช่ตูเย็นไว้นานๆ มันจะเหนียวหนืดเหลือเกิน วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เทนำผึ้งได้ง่ายขึ้น คือ นำขวดน้ำผึ้งใส่ไว้ในหม้อที่มีน้ำอยู่พอประมาณแล้วนำไปตั้งไฟ จากนั้นก็ให้ใช้พายพลาสติกค่อยๆ ตักออกมา ส่วนภาชนะที่จะใช้ในการผสมน้ำผึ้งก็ให้ ทาน้ำมันไว้บางๆ จะช่วยให้ผสมได้ง่ายขึ้นค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
30 เบคกิ้งโซดารักษาท่อตัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ให้เตรียม เบคกิ้งโซดา 1/4 ถ้วยและน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย ค่อยๆเทเบคกิ้งโซดาลงไปก่อนแล้วตามด้วยน้ำส้มสายชู ปิดฝาท่อไว้จนกว่าฟองปุดๆจะหายไป จากนั้นจึง เทน้ำร้อนลงไปประมาณ 1 ถัง เฮ้อ ..เท่านี้ก็เรียบร้อย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
31 น้ำมันถั่วเหลืองที่ดีพิสูจน์ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
น้ำมันถั่วเหลืองที่ดีต้องดูใสสะอาด คว่ำแล้วต้องไม่มีตะกอนค่ะ ทดสอบได้โดยเอาไปแช่ใน ตู้เย็นช่องธรรมดา ไม่ใช่ช่องแข็งนะคะ ทิ้งไว้ 4 - 5 ชั่วโมง ถ้า ไม่เป็นไขและไม่ขุ่น ก็แสดงว่าใช้ได้ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
32 เมื่อต้องทอดด้วยเนย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การทอดแพนเค้ก เครป ขนมปังชุบไข่ หรืออาหารคาวที่ต้องการใช้เนยแทนน้ำมันให้ใช้ Clarified Butter ซึ่งได้จากการนำเนยตั้งไฟร้อนปานกลางให้เนยละลายให้หมด จนได้ ส่วนใสที่มีลักษณะเป็นน้ำมัน ให้ใช้เฉพาะส่วนนี้นะคะ หรือถ้าต้องการสะดวกมากขึ้น จะนำเนยเข้าไปละลายในเตาไมโครเวฟก็ได้ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
33 กะทิไม่มีวันบูด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก่อนที่จะคั้นกะทิ ให้นำมะพร้าวที่ขูดแล้วนั้น มานึ่งให้อุ่น&lt;br /&gt;
ซะก่อน แล้วจึงนำมาคั้นด้วยน้ำอุ่น หรือเมื่อคั้นเสร็จแล้วให้นำน้ำกะทิที่ได้มาตั้งไฟให้ร้อน&lt;br /&gt;
เสียก่อน จึงนำไปทำขนมค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
34 ตัดเนยให้ขาด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เวลาที่จะต้องใช้เนยแข็งแล้วตัดยากมาก เคล็ดลับง่ายๆ ถ้าอยากจะตัดเนยแข็งให้ขาดได้ดั่งใจ แค่เพียงเอามีด ไปจุ่มลงในน้ำร้อน พอมีดร้อน แล้วลองนำมาตัดดู และจะรู้ว่าตัดได้สบาย เหมือนตัดเนยเหลวเลยค่ะ&lt;/font&gt;
</description>
</item>

<item>
<title>15 วิธีเก็บเงินแบบง่ายๆ </title>
<link>http://www.raidai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1757</link>
<description>&lt;font size=&quot;2&quot;&gt;เงินแต่ละบาท กว่าจะหามาได้ ปาดเหงื่อไม่รู้กี่รอบ&lt;br /&gt;
ได้มาแล้ว ต้องเก็บรักษาให้อยู่กับเรานาน เก็บไว้ใช้ยามจำเป็น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. เริ่มเก็บเงินวันนี้&lt;br /&gt;
อ่านหน้านี้จบ เดินไปหยอดกระปุกเลย&lt;br /&gt;
แค 10 บาท ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดี แต่ที่สำคัญ เริ่มเสียแต่เดี๋ยวนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. เงินออม = บิล รักษาวินัย&lt;br /&gt;
เอาเงินเข้าบัญชีเงินออม เหมือนเวลาที่คุณต้องไปจ่ายบิล&lt;br /&gt;
แค่นี้ คุณก็จะมีเงินออมเข้าทุกเดือน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. หากล่องออมสิน ซองใส่เงิน กระเป๋าเศษตังค์&lt;br /&gt;
แล้วหยอดเงินจำนวนเท่าเดิม เป็นเวลาเท่าๆกันทุกวัน&lt;br /&gt;
เช่น 10 บาท ทุกๆวัน หรือ ทุกๆวันเสาร์ และอย่าไปนับ อย่าไปใช้&lt;br /&gt;
(แนะให้เป็น กระปุกออมสินแบบ ไม่มีรูแงะ จะดีที่สุด )&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. ตกเย็นกลับถึงบ้าน เทกระเป๋า&lt;br /&gt;
เทเอาเศษเหรียญลงในกระปุกให้หมด&lt;br /&gt;
อย่าดูถูกเหรียญบาท เพราะ 100 เหรียญ &lt;br /&gt;
ก็เท่ากับ แบงก์ ร้อย หนึ่งใบนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5. ใช้ การ์ด แคชแบ็ค&lt;br /&gt;
ใช้บัตรเครดิตแล้ได้เงินคืนบ้างก็ยังดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6. เก็บแบงค์ใหญ่ไว้ให้ติดกระเป๋า&lt;br /&gt;
จ่ายแบงค์ย่อยๆให้หมดก่อน &lt;br /&gt;
พอจบวัน เก็บแบงค์ที่เหลือลงกระปุก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
7. จ่ายหนี้ให้หมด&lt;br /&gt;
นี่คือหน้าที่สำคัญที่คุณต้องทำให้เสร็จ &lt;br /&gt;
ถ้าคิดจะร่ำรวยในอนาคต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
8. ถ้าเปลี่ยนโปรโมชั่นมือถือใหม่&lt;br /&gt;
ให้ได้ราคาดีกว่าเดิม หรือถูกกว่าเดิม &lt;br /&gt;
ให้เก็บเงินที่เป็นส่วนต่างเข้าบัญชีเงินเก็บ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
9. ใช้บัตรห้างสรรพสินค้า ลดราคา &lt;br /&gt;
ถึงจะแค่ 5% แต่ก็เงินนะจ๊ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
10. เก็บเงินคืนจากหักภาษี&lt;br /&gt;
พอได้คืน อย่าเอาไปใช้ เอาเข้าบัญชีเงินออมซะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
11. ถ้าคุณใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัย&lt;br /&gt;
ลองดูรายการแลกของรางวัล&lt;br /&gt;
ที่แลกเป็นบัตรเงินสดได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
12. เวลาที่คุณคืนหนังสือ หรือหนังเช่าตรงเวลา&lt;br /&gt;
ให้เก็บค่าปรับที่เราต้องจ่าย (ในกรณีคืนช้า)&lt;br /&gt;
ให้ตัวเอง ดีกว่าแบ่งให้คนอื่นรวยนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
13. แบ่งเงินไปลงทุน ในกองทุนรวม หรือซื้อหุ้นบ้าง&lt;br /&gt;
(การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
14. ซื้อพันธบัตรรัฐบาล&lt;br /&gt;
ดอกเบี้ยดีๆ เก็บไว้ใช้ยามแก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
15. เก็บเงินเพื่อครอบครัว&lt;br /&gt;
คุณจะได้รู้สึกว่า มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น&lt;br /&gt;
เมื่อเก็บได้ถึงเป้า ก็แบ่งเงินส่วนหนึ่ง&lt;br /&gt;
พาที่บ้านไปเที่ยวบ้าง แต่ไม่ต้องแพงนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=blogangel&amp;amp;amp;amp;date=26-10-2007&amp;amp;amp;amp;group=3&amp;amp;amp;amp;gblog=28&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/a&gt;&lt;/font&gt;
</description>
</item>

</channel>
</rss>